Thursday, May 07, 2009

ผ่อนคลาย สบายใจไป….เกาะสุรินทร์(3)







เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่าวไม้งาม-อ่าวช่องขาด

เงียบครับ เงียบจริงๆ ปกติผมจะเห็นคนเดินทั้งขาไปและขากลับ แต่นี่เงียบครับ ผิดปกติแล้วล่ะ อาจเป็นไปได้ว่าเป็นช่วงเย็น หากใครจะมาก็เริ่มจากจุดสองร้อยเมตรครับ จะมีทางเดินลัดเลาะลงไปถึงอ่าวกระทิง ต่อไปจนถึงอ่าวช่องขาด ใช้เวลาเดินไป-กลับ สองชั่วโมงครับ

แต่คราวนี้ผมรู้สึกว่าเส้นทาง มองยากครับ ก่อนถึงอ่าวกระทิง ผมจึงตัดสินใจกลับเพราะเริ่มมืดแล้ว อีกอย่าง ด้านหน้าผม มีกิ่งไม้ขวางเส้นทาง ต้องปีนข้ามไป ต้องให้เจ้าหน้าที่มาเคลียร์เส้นทางครับ อาจเป็นไปได้ว่า คนมาน้อยเพราะเห็นเส้นทางมีสิ่งกีดขวางละมั้ง

แต่ร้อนใช้ได้ครับ เหงื่อท่วมตัวเลย ผมถึงที่เต๊นส์แล้ว จะรีบอาบน้ำไปใย ลงไปสำรวจด้านหน้าหาดดีกว่าครับ


หน้าหาดอ่าวไม้งาม

นอกจากปลาที่ชอบพลุบๆ โผล่ๆ ตามพื้นทรายแล้ว ผมเจอของเด็ดด้วยครับ ขนาดแค่ปลายเล็บเท่านั้น ตอนแรกชั่งใจว่าจะเป็นหนอนตัวแบนหรือทากทะเล กลับมาดูจากภาพแล้ว ให้เป็นหนอนตัวแบน(Flat worm) ต้องขอขอบคุณพี่ AA แห่ง Scubazoomด้วยครับ

ยังไม่จบแค่นั้นครับ แม้ผมจะถ่ายรูปมาไม่ได้ เพราะเขาออกมาแล้วหลบเข้ารูไป แต่มั่นใจว่าเป็นลูกปลาวัวปิกัซโซ่ครับ(Wedge Picassofish) หรือจะเรียกว่าปลาวัวหางลิ่มก็ได้ ขนาดเท่าหัวแม่โป้ง ลวดลายนั้นใช้แน่นอน เคยได้ยินว่า วัยเด็กมักจะชอบอาศัยในเขตน้ำตื้น เหมือนลูกปลาอีกหลายชนิดครับ ทำไมถึงได้ชื่อนี้ ต้องดูที่ลวดลายเลยครับ เหมือนมีใครไปแต้มสีให้มันจริงๆ เท่น่ะเนี่ย ชื่อเหมือนจิตรกรเอกเลย

ช่วงที่ผมถ่ายนูดี้อยู่นั้น มีคนตะโกนว่า “ฉลามๆ กระเบนๆ” ผมไม่สนใจครับ ผมจะถ่ายนูดี้ แต่ตรงนั้นคงมุงเยอะเหมือนกันนะ

พอคนมุงไปแล้ว ผมกำลังจะเดินเข้าหาด “เฮ้ย ฉลามจริงครับ ลูกฉลามสองตัวกับกระเบนพื้นทรายอีกหนึ่งตัว” !!!!!!!!

พยายามเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูปครับ(เดินอย่างเงียบๆ) แต่ไม่ง่ายเพราะปลาก็ว่ายน้ำเป็น แต่เท่าที่สังเกตน่าจะเป็นลูก Blacktips Shark สองตัว กับ กระเบนซึ่งอาจเป็นพวก Stingray ก็ได้ครับ

ไม่ง่ายนะครับ กับการที่เห็นฉลามว่ายเข้ามาใกล้แบบนี้ ไม่ต้องกลัวครับ พวกนี้ไม่ได้เป็นอันตรายน่ะ เห็นคนมันกลัวครับ ไม่ใช่วิ่งเข้าใส่ เหมือนในหนัง ที่แสนจะโม้

ไปอาบน้ำดีกว่า นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว หากไปโรงอาหารช้าอาจจะสั่งอะไรไม่ได้เลยเพราะครัวปิดตอนสองทุ่มนั่นเอง(ก็เอาน้ำลูบท้องไปแล้วกัน 55)

เผ็ดครับ เผ็ดจริงๆ ขนาดสั่งว่าไม่เผ็ดนะเนี่ย นี่มันผัดกระเพราหรือผัดพริกขี้หนูก็ไม่รู้ เหงื่อท่วมตัวเหมือนอาบน้ำใหม่อีกรอบครับ (ลาก่อน ไม่สั่งแล้วครับ มื้อหน้า 555)

กล้วยครับ เอากล้วยมากินต่อ ผมพลาดอย่างหนึ่ง คือ ทำไมไม่ซื้อกล้วยที่ยังไม่สุกมา(วะ) ผมซื้อแบบสุกมากๆมา พอเก็บไว้ในเต๊นส์ที่ร้อนจัด กลายเป็นเน่าหมดแล้วครับ เยิ้มไปหมด(ดีนะเนี่ย ตอนแรกว่าจะแบ่งให้ฝรั่งที่นั่งใกล้ๆกิน ขืนแบ่งก็ขายหน้าแน่ๆครับ555)

ทอมยื่นนามบัตรให้ผมครับ เขาอยากจะให้ผมส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดำน้ำให้น่ะ แม้จะเป็นนักเขียนเหมือนกัน ต่างกันที่เขาเขียนเป็นอาชีพ แต่ผมเขียนเอาสนุกครับ(เรียกว่าเอามันดีกว่านะ)
เอา Pocket book ขึ้นมาเขียน Short note ย่อๆเอาไว้ ผมยังนอนไม่หลับครับ เลยถือไฟฉายเดินสำรวจหาดดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีอะไรๆให้ทำครับ ผมถ่ายเจ้าปูเสฉวน(Hermit Crab) ที่มักจะแอบเคลื่อนไหว พอเราเข้าไปใกล้ก็จะหยุดนิ่ง และหดลำตัวเข้าไปด้านในเปลือก

ใกล้เต๊นส์ผม ยังมีเจ้าปูที่ค่อนข้างถ่ายยากในเวลากลางวัน แต่พอตอนนี้ มันกลับนิ่ง จ้องมาที่ผม และไม่เดินหนี ก็เสร็จซิน้อง พี่รอโอกาสนี้มานานแล้วล่ะ มาเป็นของพี่เถอะ(แล้วแต่จะจินตนาการครับ แนวๆพวกนักเลงขี้ยาหรือโรคจิตหน่อยนะ 555)

ไม่มีลมเลยครับ ร้อนจริงๆ ถ้าอยู่ติดหาดคงดีกว่านี้(ก็ให้คนอื่นไปแล้วนิ) มียุงด้วยครับ(โชคสองชั้น) โชคดีผมเอายากันยุงมา แจกฟรีที่สายใต้ใหม่ตั้งแต่เมษาปีก่อนครับ นานไหมล่ะ 555

พลาดอีกอย่างที่ไม่ได้หยิบผ้าห่มมาครับ ตอนดึกๆค่อนข้างหนาว ต้องนอนขดตัวเป็นงู หมอนลมแบบเป่าที่บ้านก็มี ดันไม่หยิบมา ก็เลยใช้เป้หนุนหัวไปครับ ไม่มีปัญหา

นอนแล้วครับ พรุ่งนี้ไปดำน้ำกันต่อ มีความสุขจริงๆ


17 เมษายน 2552

อากาศดีครับเช้านี้ ด้านหน้าหาดมีคนออกมาถ่ายรูปเยอะเหมือนเดิม ผมเดินออกมาเจอพี่เล็กกับพี่วสันต์ ก็ออกมาเดินเล่นเหมือนกันครับ

หลังจากรับประทานอาหารเช้า(ซึ่งไม่เอากระเพราแล้ว) ไก่กระเทียมก็ได้ครับ ขอหนักข้าวหน่อย ซึ่งข้าวที่นี่ให้เยอะ ผู้หญิงร่างบางๆคงกินกันสองคนหนึ่งจาน(ถ้าเป็น Scuba หนักข้าวแบบนี้ มีอ๊วกใต้น้ำแน่ครับ สน๊อคเกิ้ลสำหรับผมพอไหวน่ะ ดีกว่าหิว)

พี่เหมียวกับพี่บิ๊กจะออกไปดำน้ำวันนี้ด้วยครับ ก็เลยไปลงชื่อด้วย ไปซื้อคูปองดำน้ำและเช่าอุปกรณ์กัน

“ไปด้วยกัน ทำไมไม่ลงชื่อด้วยกันล่ะครับ” ผมพลาดครับ ที่จุด 200 เมตร ผมต้องแยกเรือไปอีกลำ เพราะดันลงชื่อไว้แยกกับพี่ๆ ต้องบอกทุกท่านว่า หากอยากอยู่ลำเดียวกัน ก็ต้องลงชื่อด้วยกันนะครับ เช่น คุณภพ 3 คน เป็นต้น ไม่งั้นเขาจะจัดแยกกันครับ ขอเปลี่ยนไม่ได้ด้วยน่ะ

แต่ลำผมก็มีสาวๆเยอะครับ แต่นับดูแล้ว มาเป็นคู่เลยนี่หว่า(เอ้า ว่าจะโชคดี เจอตอซะแล้ว)

แต่พวกเธอมีน้ำใจดีครับ สาวคนหนึ่งแบ่งลูกอมให้ผมทานด้วยน่ะ
ถึงจุดดำน้ำแล้วครับ มองไปทางซ้ายและทางขวา จำรูปแบบเกาะได้ครับ ผมมาอยู่กลางร่องน้ำ ไม่ต้องสงสัยเลยครับ ว่านี่ คือ จุดดำน้ำ ที่ชื่อว่า ตอรินลา


ร่องตอรินลา

ไม่น่าเชื่อครับ ตอรินลาที่พังราบเพราะคลื่นยักษ์สึนามิ ที่ผมมาสำรวจเมื่อสองปีก่อน แต่มาวันนี้ฟื้นครับ ฟื้นเกือบเท่าๆปี 2546 ซึ่งเกิดก่อนคลื่นยักษ์สึนามิ และเป็นปีที่ผมมาเกาะสุรินทร์เป็นครั้งแรก

ปะการังเขากวางน้ำตื้นแนวกว้างใหญ่แบบนี้ จะหาที่ไหนในประเทศไทยเป็นแบบนี้ ผมยังนึกไม่ออกครับ สมบูรณ์จริงๆ ดูแล้วสบายตา อลังการมากๆ จะขาดแต่ฝูงปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า(Powder-Blue Surgeonfish) ที่ผมเคยเห็นเป็นฝูง แต่ตอนนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดีขึ้นครับ เพราะปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า เริ่มกลับมาให้เห็นแล้ว

ผมมองเห็นปลาสลิดทะเลชนิดหนึ่งครับ ว่ายเป็นฝูง แถมไม่หนีด้วย(แบบนี้ก็เสร็จซิ) ด้านล่างมีปลาวัวลายส้ม(Orangestriped Triggerfish) ด้วย และสิ่งที่ผมอยากถ่ายแต่ถ่ายไม่ได้ครับ คือ ลูกปลานกแก้วสองสี(Bicolor Parrotfish) ลำตัวมีสีขาว ที่หัวมีแถบสีส้มหนึ่งแถบ เป็นอะไรที่หาดูไม่ง่ายครับ เพราะวัยเด็กกับวัยโต ไม่ได้มีความเหมือนกันเลยน่ะ 555 วัยเด็กน่ารักกว่าเยอะ

ปลาสลิดทะเลโฉมงาม(Andaman Foxfish) ปลาสลิดทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จงอยปากที่ยาวและลวดลายที่ใบหน้าสวย สดใส ว่ายมาเป็นคู่ อยู่ท่ามกลางแนวปะการังในส่วนที่ยังไม่ฟื้นคืนชีพครับ

ขบวนปลาผีเสื้อครับ เริ่มจาก ปลาผีเสื้อลายไขว้(Treadfin Butterflyfish) ที่ลำตัวมีลายไขว้อยู่หลายด้าน ดูมึนงงดี ปลาผีเสื้อพระจันทร์(Racoon Butterflyfish) ที่หน้าตาแบบแรคคูนจริงๆ จากนั้นเป็นปลาผีเสื้อคอขาว(Collared Butterflyfish) ที่พบได้บ่อย และปลาผีเสื้อลายเส้น(Lined Butterflyfish) ที่พบได้บ่อยมากๆเช่นกัน

ก่อนขึ้นเรือ ผมเห็นฝูงปลาหูช้างครีบยาว(Teira Batfish) อยู่สามตัวครับ กล้าพูดเลยว่า การดำ Scuba ในถิ่นของเขาอาจพบเจอง่าย แต่การดำ Snorkel ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ปะการังแถวนั้นต้องดีนะ

นอกนั้นที่จำได้ก็มีปลาน่ากินอย่าง กุลสลาดจุดฟ้า(Squaretail CoralGrouper) และเจ้าถิ่นอย่าง ปลาวัวไตตัน(Titan Triggerfish) ครับ

เรือหางยาวแล่นไปยังจุดดำน้ำต่อไป แน่นอนว่า ที่อ่าวผักกาด สองปีก่อน เป็นจุดที่ผมเห็นว่า พังราบ ไม่มีอะไรดูเท่าไร


อ่าวผักกาด

เหมือนหนังแขก ที่หัวขาดไปแล้ว ยังกลับมาต่อใหม่ได้(เครดิตคำนี้เอามาจากอาจารย์พรชัย สุนทรพันธ์ อาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายมรดกครับ)

อ่าวผักกาดในเวลานี้ ฟื้นคีนชีพครับ แม้จะไม่ดีเท่าตอรินลา แต่เศษปะการังผักกาดที่หัก ที่ผมเคยเห็นว่า พังราบเป็นหน้ากลองนั้น ในเวลานี้มีปะการังเขากวางเริ่มเติบโตขึ้นมาครับ(ปะการังชนิดนี้เติบโตได้เร็วมากแต่เปราะบาง หักง่ายครับ)

“ฉลามๆ”

แม้จะถ่ายรูปไม่ทัน แต่นี่คือ ลูก Blacktips Shark อีกตัวที่ผมเห็นครับ เมื่อวานเจอที่หาด วันนี้เจออีกแล้ว สง่างามครับ เธอว่ายน้ำหนีผมออกไปในแนวด้านลึก

เจอเจ้าปลาหูช้างครีบยาว(Teira Batfish) ว่ายออกไปนอกแนวปะการังครับ จากนั้นเป็น ปลาวัวไตตัน(Titan Triggerfish) ที่ว่ายช้าๆอ่อยเหยื่อซะเหลือเกิน แบบนี้มันท้าทาย ต้องเข้าไปถ่ายรูปหน่อย

ปิดท้ายด้วยสินสมุทรสองชนิด หนึ่งชนิด คือ สินสมุทรจักรพรรดิ(Emperor Angelfish) ปลาที่ผมมีรูปติดหมอนอยู่ในรถยนต์ และอีกหนึ่งชนิดนั้น หายากกว่า คือ สินสมุทรแว่นเหลือง(Blue-Face Angelfish) บางคนก็จะเรียก Yellow-mask สีเหลืองที่ลำด้วย สวยมากจริงๆครับ

กลับมาที่จุดสองร้อยเมตรครับ มาที่โรงอาหาร ผมยังรักไก่กระเทียมไม่เปลี่ยนแปลง บางคนบอกว่า มาทะเลทำไมไม่กินอาหารทะเล ผมไม่ถือครับ อะไรที่คิดว่าอร่อยก็กินแหละ ขนาดที่โรงอาหารยังมีส้มตำขายเลยครับ 555

บ่ายนี้ผมไปดำน้ำต่อครับ มานั่งเล่นที่ริมหาด นั่งถ่ายรูปและคุยกับพี่เหมียว ส่วนพี่บิ๊ก แกนอนคลุกทรายอย่างมีความสุข แกบอกว่าคงไม่ไปดำน้ำแล้ว เมาเรือครับ

ตรงนี้ มีเปลญวนด้วยครับ นอนสบายจริงๆ มองเห็นสาวไทย size เอส กับชุดบิกินี่สีดำ เล่นน้ำทะเล หยอกล้อกับชาวต่างชาติอย่างมีความสุข(ขอเปลี่ยนคนจากชาวต่างชาติเป็นผมแทนได้ไหมครับ 555)

เมื่อความโรคจิตได้ที่ ผมซูมไปที่สาวคนนั้น(แฮ่ม ใครว่าก็ไม่สนครับ เขาและเธอไม่เห็นหรอก อีกอย่างผมเชื่อว่า ถ้าพี่ๆที่ผมรู้จักมา แถมมีDSLR พี่จะไม่แอบถ่ายเลยเหรอครับ 555(รูปออกมาไม่ดี กล้องคอมแพค ใช้ดิจิตอลซูม ก็ไม่ชัดหรอกครับ)

พี่เหมียวบอกว่า บ่ายนี้อยากไปด้วยครับ แม้จะเมาเรือแต่ก็อยากไป ก็เลยไปลงชื่อ ไปเพิ่มที่ชื่อผม เป็นสองคน คราวนี้ก็ได้ไปด้วยกันล่ะ
เดินไปสองร้อยเมตรกันดีกว่าครับ

ลำของผม มี สาวไทย size เอส ในชุดบิกินี่สีดำมาด้วย แต่ก็มีชาวต่างชาติคนนั้นมาด้วย(เอ้า ก็เขามาด้วยกัน) แต่เธอตากแดดจนตัวแดง เธอมานั่งด้านหน้าผม ก็เลยเห็นชัดเลยว่าส่วนอื่นที่ไม่โดนแดดนั้นขาว เฉพาะส่วนที่ตากแดดเท่านั้นที่มีสีแดงครับ(มันมองเห็นพอดีครับ จะให้ผมปิดตาหรือไง 555)

เรือแล่นมาถึงอ่าวสุเทพครับ เราจะลงกันที่นี่ล่ะ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home