Sunday, December 24, 2006

2 ชั่วโมง กับงานพืชสวนโลก


เป็นที่รู้ๆกันครับ ว่าคนแบบผมถ้ามีโอกาส มีเวลา มีทรัพย์ในกระเป๋า ทะเล คือ อันดับแรกที่ผมจะไปท่องเที่ยวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม

อย่างงาน พืชสวนโลกที่กำลังฮิตอยู่ในเวลานี้ ผมยอมรับว่าถ้าจะให้ผมเก็บเงินไปเอง คงไม่มีทางไปอย่างแน่นอน ไม่ใช่ว่างานเขาไม่ดีหรือผมไม่อยากตามกระแสสังคมนะครับแต่ผมได้กลายเป็นคนที่บ้าทะเลไปเรียบร้อย(กู่ไม่กลับด้วยครับ)

คราวนี้ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อจัดสัมมนา “กฎหมายใหม่กับทนายความ” ที่โรงแรมเซ็ลทรัล ดวงตะวัน ติดกับไนท์ บาซ่า เลยครับ(แม้ผมจะไม่ชอบเดิน shopping แต่ที่นี่บรรยากาศดี น่าเดินจริงๆครับ) การมาในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีมากๆสำหรับผม

บรรยากาศแถวนี้ ยามค่ำคืน ทำให้ผมรู้สึกว่าอยู่แถบชินชูกุหรือไม่ก็แถบกินซ่า ที่ประเทศญี่ปุ่นเลยครับ เพราะมีต้นสนประดับประดาสำหรับงาน Chrismas และงานปีใหม่ที่ใกล้จะถึงในไม่ช้านี้

หลังจากเสร็จการสัมมนาในวันเสาร์เย็น ผมและพี่ๆ โดยสารรถตู้ไปงานพืชสวนโลก แม้จะมีเวลาไม่มากนัก(งานจะปิดเวลา 2 ทุ่มครับ) แต่ทุกคนก็ใจจดใจจ่ออยากดู หอคำหลวง เป็นบุญตา อีกทั้งสวนของประเทศต่างๆ ว่าจะสวยงามอย่างที่ใครๆร่ำลือ หรือไม่
ชาวต่างชาติ 2 คนโชคดีได้ตั๋วจากกลุ่มของผม ทำให้สามารถเข้าไปดูงานพืชสวนโลกได้(ตั๋วหมดครับ ถึงพวกเขาอยากจะเข้างาน ก็เข้าไม่ได้) ตอกย้ำเป็นอย่างดีว่า งานนี้บูมแค่ไหน

เนื่องจากใกล้มืดแล้ว ผมจึงรีบถ่ายรูปให้มากที่สุด เพราะทราบดีว่า คุณสมบัติของกล้องดิจิตอลธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ที่ออกแบบมาสำหรับถ่ายกลางแจ้งนั้น จะด้อยลงทันที เมื่อถึงเวลาค่ำคืน(เกิดปัญหาแฟลชไม่ถึงด้วยครับ)

ภายในงานตกแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด 2 ข้างทางจะมีแต่ซุ้มของหน่วยงานต่างๆที่พร้อมใจกันมาจัดงาน พยายามนำจุดเด่นของตนเองและความสามารถออกมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

ในวันที่ผมไปถึง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสม สวลีพระวรราชาทินัดดามาตุได้เสด็จมาที่งานนี้ด้วยครับ ผมจึงได้มีโอกาสรับเสด็จท่านด้วยครับ

และแล้วก็มาถึง หอคำหลวงจนได้ ผมไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับที่นี่มากนัก แม้จะเป็นยามค่ำคืน แต่ก็ตกแต่งด้วยแสงไฟ สวยงามมากครับ หากมาในเวลากลางวันจะถ่ายรูปออกมาสวยแค่ไหนเชียว

จากนั้นก็เป็นสวนนานาชาติ ที่มีหลากหลายประเทศมาก เช่น จีน มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ตุรกี บังคลาเทศ กาตาร์ ลาว ซูดาน โมร็อคโค เป็นต้น

โดยเฉพาะซูดาน ผมจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะที่นี่ติดโปสเตอร์เกี่ยวกับการดำน้ำ ทำให้ผมร้องอ๋อว่า ทะเลแดง(Red sea) แหล่งดำน้ำที่มีชื่อ อยู่ที่นี่ นี่เองครับ

ปิดท้ายด้วยสวนถวายพระพร ที่มีต้นโพธิ์ทอง ขนาดใหญ่ อยู่ตรงกลาง ด้านข้างมีระฆัง เมื่อใช้ไม้ตี จะมีน้ำพ่นออกมา ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลมากครับ เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสม สวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จกลับ ผู้คนจำนวนมากก็แห่กันเข้าไป โชคดีว่าผมอยู่ข้างหน้า เลยได้มีโอกาสเข้าไปก่อน

แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากครับ หากใครจะไม่ได้มีโอกาสไป อยากให้ลองไปดูซักครั้งครับ งานจะมีถึงปลายเดือนมกราคม ปี 2007

รู้สึกภูมิใจแทนคนเชียงใหม่ และดีใจที่ประเทศไทยมีงานดีๆ ระดับนานาชาติแบบนี้ครับ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home