Monday, June 18, 2007

ทริปถ่ายรูป วัดพระนอน-ตลาดสามชุก-พิพิธภัณฑ์บ้านควาย(1)







ไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับคนกรุง(ที่อยากเป็นชาวเล)อย่างผม ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยไม่ใช่จังหวัดที่ติดทะเล หากจะไปเท่าที่จำได้ ก็ต้องมีธุระจริงๆ เช่น ไปงานบวชเพื่อน ไปสัมมนากับที่ทำงาน เป็นต้น

ก่อนหน้านั้น 1 สัปดาห์ ผมพลาดการไปทดสอบ dive computer .ในทะเล(ที่พึ่งซื้อมาใหม่) เพราะต้องนอนเฝ้าคุณแม่ที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่เป็นไรครับ วันพระไม่ได้มีหนเดียว อีกอย่าง ผมต้องตระหนักดีว่า สิ่งไหนที่สำคัญกว่า?

ถ้าพูดถึง ทริปถ่ายรูป แน่นอนครับว่าทุกคนก็ต้องมีกล้องติดตัวไป โชคร้ายของผมเกิดตรงที่กล้องดิจิตอลเกิดเสียมาอย่างกระทันหัน(ลักษณะหน้าจอ LCD มีรูปผ้าม่านขึ้นตลอดเวลาครับ ถ่ายอะไรก็ติดแต่ผ้าม่าน เป็นไปได้ว่าอาจจะโดนของ!!!)

แต่เอาเถอะครับ ใช้กล้องจากมือถือก็ได้ แม้คุณภาพจะเทียบกันไม่ได้ก็ตาม(คิดเอาไว้ว่า ถ่ายแบบขำๆแล้วกัน)

ไปคราวนี้ แม้จุดหมายปลายทางจะไม่ใช่ทะเล แต่เหล่าสมาชิก ต่างก็เป็นนักดำน้ำ มีความผูกพันกับท้องทะเล

เรียกว่า “มนุษย์กบเหยียบแผ่นดิน” คงไม่ผิดนัก


17 มิถุนายน 2550

หลังจากนัดเจอพี่หนิงและพี่โอ๊บ เรามารวมตัวกับที่บ้านพี่ต่อ ที่นี่ ผมเจอสมาชิกเก่าที่คุ้นหน้ากันดีอยู่ คือ พี่ต่อ พี่ดิ้น พี่เอ น้องโอ๊ต ส่วนอีกสองคน คือ พี่แป้ง(เพื่อนพี่เอ) ที่จะมาร่วมทริปถ่ายรูปในวันนี้ด้วย และ อาหมู(หรือพี่หมู)แห่งชุมพรคาบาน่า ที่ผมเคยคุยกับแกอยู่นานในโลกไซเบอร์สเปช แต่พึ่งเคยเจอตัวจริงก็วันนี้ ฝีมือการถ่ายรูปของอาหมู อยู่ในขั้นสุดยอด ผมเคยเข้าไปดูใน multiply ของอาหมูอยู่บ่อยๆ การมาในวันนี้ของอาหมู ถือเป็นการสอนถ่ายรูปให้รุ่นน้องๆด้วย

เมื่อสมาชิกพร้อม เราออกเดินทางไปปั้มเจท(อย่าแม้แต่จะพูดต่อ เพราะไม่สุภาพ เดี๋ยวโดนแบน คิดในใจเฉยๆครับ) เพื่อไปนัดเจอกับรถตู้อีกคัน ที่มีพวกเหล่าสมาชิกโดยสารมา

ระหว่างรอ แต่ละคนก็หาอะไรใส่ท้อง ผมเลือกข้าวกระเพราเนื้อ ไข่ดาว อุ่นไมโครเวฟของที่นี่ มีความพิเศษ ไม่เหมือนที่ไหนๆ เพราะเขาจะทำไว้อยู่แล้ว เพียงแต่เราเข้าไมโครเวฟ ไม่กี่นาทีก็อร่อย แถมข้าวก็นิ่ม ไม่ร้อนจนเกินไป(อยากรู้ ต้องลองครับ)

ขึ้นชื่อว่า มากับกลุ่มดำน้ำ ไม่คุยเรื่องทะเลก็แปลกครับ ผมและพี่ต่อ เราพูดถึง Bull Shark หรือเจ้าฉลามหัวบาตร(ผมชอบเรียกฉลามวัวครับ) ที่มีอยู่จำนวนหนึ่ง แถวกองชุมพร เกาะเต่า อยากเห็นซักครั้ง แม้จะมีความก้าวร้าวค่อนข้างมาก แต่ส่วนตัว ผมเชื่อว่า ถ้าเราไม่ยุ่งกับเขา เขาก็คงไม่ยุ่งกับเรา ควรจะกลัวปลาวัวไตตัน Titan Triggerfish ที่ชอบงับนักดำน้ำอยู่บ่อยๆ มากกว่า

ส่วนน้องโอ๊ตพูดถึง หอยที่ผมโพสไว้ในวันก่อนว่า คล้ายหอยเต้าปูน จริงๆ เป็นหอยสังข์จุกพราหมณ์ครับ ในแฟนพันธุ์แท้เปลือกหอยในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีรูป ผมเห็นลักษณะแล้วจำได้ทันที

ไม่นานนัก รถตู้อีกคันก็มาถึง ผมเจอพี่ป้อม พี่จิน พี่ยิน พี่อ้อ พี่เทน พี่ปอ พี่นัท 30 นิ้ว (ผู้มีพระคุณ ที่ช่วยไม่ให้ผมติดอยู่ในห้องน้ำของเรือ) หมอเดียร์ พี่ตาม(AIS) และนัท อีกหนึ่ง Staff ของชมรมดำน้ำลึก AIS เช่นกัน

พี่เอ ขำมากครับ แกเอาหน้ากากนักดำน้ำ(Mask) มาใส่ด้วย แสดงให้เห็นว่า เราขึ้นจากน้ำมาเที่ยวบนบกจริงๆ(จริงๆ เราขึ้นมาจากเรือของเดวี่ โจนส์ ใน Pirates Of The Carribien ใช่ไหมพี่ ที่สามารถเหยียบเกาะได้วันเดียวน่ะ ฮ่าๆๆ)


วัดพระนอน

เวลา ชั่วโมงกว่า เรามาถึง วัดพระนอน จ. สุพรรณบุรี ผมค่อนข้างจะคุ้นเส้นทางพอสมควร เพราะมาไหว้บรรพบุรุษ เช่น คุณปู่ คุณย่า ในวันหยุดของชาวจีนอยู่บ่อยๆ (เชงเม้ง, ตรุษจีน น่ะครับ)

ในตอนแรก เราจะไปวัดป่า เลไลย์ แต่พี่คนขับบอกว่า ช่วงนี้ คนจะเยอะเพราะกำลังมีปลุกเสก จตุคาม รามเทพ (ย้ำนะครับ ไม่ใช่ จตุคำ อันนั้นของพระพยอมครับ)

บรรยากาศในวัดพระนอน ค่อนข้างเงียบสงบ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ พี่เทนแจกพวงมาลัยให้น้องๆ สำหรับไหว้พระ ด้านในพระอุโบสถ อันเป็นที่ประดิษฐานของพระนอน ทุกคนตั้งจิตอธิษฐานและถ่ายรูป ตามมุมที่ถูกใจ

ผมคิดเหมือนพี่จินว่า นึกว่าพระนอนจะใหญ่กว่านี้ เป็นไปได้ว่า ผมอาจจะติดภาพพระนอนในนิตยสารท่องเที่ยวมากไปก็ได้(ถ้าจะนับจริงๆ ในประเทศไทย ผมว่ามีหลายที่ครับ ไม่ต่างอะไรกับชื่อเกาะ ที่มักจะมีหลายๆที่ ยัง โยงเข้าเรื่องทะเลจนได้ฮ่าๆๆ)

ด้านนอก ตรงข้ามพระอุโบสถ มีแพสำหรับให้อาหารปลาอยู่ น่าจะเป็นพวกปลาสวาย สังเกตว่ามีปานสีขาวบนหัวทุกตัว ถึงตอนนี้ทุกคนก็มีความสุขกับการให้อาหารปลา ถ่ายรูป และกระโดดหนีน้ำที่กระเด็นเวลาให้อาหารปลา

ผมคิดว่า นัท เพื่อนร่วมงานพี่ตาม อายุคงพอๆกัน ที่ไหนได้ เธออ่อนกว่าผมเสียอีก เป็นข้อพิสูจน์ว่า คนเราดูจากภายนอกไม่ได้ครับ(ต้องได้รู้ ได้เห็น ได้ยินเรื่องนั้นมาด้วยตนเอง จึงเป็นประจักษ์พยาน ศาลจะรับฟัง เฮ้ย ชักเลอะเทอะ เอากฎหมายมาปนอีกแล้ว ฮ่าๆ)

เราใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก จากนั้นเราจึงเดินทางไปยังตลาดสามชุก

0 Comments:

Post a Comment

<< Home